after attack คืนที่เราอยู่ด้วยกันโคตรนาน
posted on 24 Oct 2009 17:45 by onlinelover
7:21
"ขอบคุณจริงๆ ที่อุตส่าห์อยู่เป็นเพื่อนนะ"
"เวลาอย่างนี้ ใครเค้าก็อยากให้มีเพื่อนอยู่ด้วยทั้งนั้นแหละ!"
"...แกถึงบ้านหรือยัง?"
"ยัง แต่ใกล้แล้ว เธอล่ะ?"
"...ช่วงเย็นๆ ว่าจะแวะมาถ่ายรูปรถสักหน่อย"
"แล้วอัพเดทกันเรื่อยๆ นะ"
ร่างของผมนั่งจมอยู่ที่เบาะหลังของแท๊กซี่
จิตใจล่องลอยออกไปนอกหน้าต่างรถ
...ผมเหนื่อยเหลือเกิน...
ฝนมาราธอนยังคงตกไม่หยุดตั้งแต่เมื่อคืน...ฝนไม่เหนื่อยบ้างเหรอ?
ผมกดวางหูโทรศัพท์จากเธอ แล้วนั่งคิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ทุกอย่างผ่านไปอย่างเร็วเหลือ
...ความเป็น ความตาย ใกล้กันแทบแยกไม่ออก...
...
ท้องฟ้าสีขุ่น เวลาประมาณเจ็ดโมงเช้า
หลายๆ คนคงนอนหลับสบายเพราะเป็นวันหยุด
หลับสบายจนไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือใดๆ
ความหนาวค่อยๆ เขย่าขาสองข้างของผมให้สั่นไหว...
"พี่ช่วยหรี่แอร์ให้นิดนึงครับ"
"ตากฝนมาเหรอน้อง?"
"อ๋อ ครับ"
"เรียกรถที่นี่ แสดงว่ามีเรื่องมาเหรอ?"
"ครับ."
"มีเรื่องอะไรมาล่ะน้อง?"
"พี่ช่วยเปิดเพลงให้หน่อยได้มั้ยครับ...ขอบคุณครับ"
รถแท๊กซี่คันที่ผมนั่งอยู่นี้ กำลังพาพุ่งตรงกลับสู่บ้าน
ผมอยากอาบน้ำ...
ผมคิดถึงเตียง...
7:13
ผมส่งเธอขึ้นรถแท๊กซี่ที่หน้าสถานีตำรวจ
เนื้อตัวผมกับเธอเปียกปอนเหมือนลูกหมาถูกจับกดน้ำ!
"อยากให้ไปส่งบ้านมั้ย? นั่งแท๊กซี่ไปด้วยกันก็ได้นะ"
"ไม่เป็นไรกลับเองได้ ไว้คุยกัน"
"อย่าลืมกินยาแก้ปวด!"
สาวผมม้าไม่ตอบแต่ก้าวขาสั้นๆ ขึ้นรถ ก่อนหันมายกนิ้วโป้งและนิ้วก้อยทาบหู
...รอยยิ้มครั้งสุดท้ายของวัน ผ่านกระจกรถออกมา...
ผมพยักหน้า...และมองหาแท๊กซี่อีกคัน
ฝนยังคงลงเม็ดไม่หยุด...
6:50
เหมือนนรกเล่นตลก
ผมกับเธอ สาวผมม้า คนที่เคยนั่งโต๊ะทำงานตัวเดียวกัน...แต่ต่างช่วงเวลา
เวลานี้เราทั้งคู่นั่งอยู่ริมทางเท้าด้วยกัน หน้าร้านเซเว่นข้างสถานีตำรวจ!
หัวเธอเปียกฝนแบนลู่ ใบหน้าเยินจากคราบเครื่องสำอาง และการอดนอนมาทั้งคืน
จะว่าไปสภาพเราทั้งคู่ก็ไม่ต่างกันเท่าไร
"เวลานี้เซเว่นน่าจะขายเบียร์เนอะ" ผมเอ่ยปากเล่นๆ ทำลายความเงียบ
"โน้น สิบเอ็ดโมงถึงจะขาย"
"แล้วค่าซ่อมรถประมาณแสนนึงเลยเหรอ?"
"เออ จะเอาเงินจากไหนมาซ่อมว่ะ ตอนนี้ขายได้สองสามแสนก็เอาแล้ว"
"แล้วจะเอายังไงต่อไป?"
"ยังไม่รู้เลยว่ะ ช่างแม่ง เดี๋ยวค่อยคิด สนุกดี..."
ก็จริงตามที่เธอบอก
บางทีคนเราไม่จำเป็นต้องรู้อนาคตไปหมดทุกสเต็ป
เราควรปล่อยให้มันไหลผ่านไปด้วยความตื่นเต้นจะดีซะกว่า
...
โจ๊กกระป๋องกับมาม่ากระป๋องที่ถูกใช้งานแล้ววางเรียงที่พื้น
ผมเคี้ยวมาม่าเส้นสุดท้ายอย่างละเอียดก่อนกลืนลงสู่ลำคอ
มือพลางเปิดขวดชาเขียวเย็นๆ รสข้าวญี่ปุ่น
ก่อนจะเสียบหลอดดูดอึกโตอย่างกระหาย
"ขอดูดด้วยได้ป่ะ?"
ผมยื่นความสดชื่นใส่มือเธอ
บุหรี่รสเมนทอลถูกหยิบขึ้นมาจุดบรรเทาเครียด
"ขอดูดด้วยได้ป่ะ?"
ผมยิ้ม แล้วยื่นความสดชื่นใส่มือเธออีกครั้ง...
5:37
คู่กรณีทั้งสองฝ่ายต่างออกมาเก็บของในรถ
แจ๊ซพิ้งกุ ชมพูหวาน ตูดยุบ
ยารีส บรอนด์เงิน หน้าเยินยับ
ทั้งสองคันขับต่อไม่ได้ ต้องจอดทิ้งไว้ที่โรงพัก
ผมจับรังสีความโกรธจากคู่ทอมกับดี้ เจ้าของยารีสฝั่งนั้นได้
แต่เราผิดเหรอ?
ผมเอามือกุมกระเป๋าสตางค์ เงินทุกบาทยังอยู่ครบ
นอกจากเงินที่เธอจ่ายไปพันห้าค่ารถยกที่ยกรถเรามาโรงพัก
เรายังไม่ได้ให้เงินเจ้าหน้าที่ตำรวจสักบาทเลย?...
ผมบอกเธอให้รีบออกจากบริเวณนั้นแล้วไปหาอะไรใส่ท้อง ให้หายหิว
เราสองคนก้าวเท้าผ่านน้ำที่ท่วมขังอย่างไว
4:03
หลังจากที่ตำรวจได้ดูภาพถ่ายจากกล้องของประกันฝั่งตรงข้าม
ตำรวจยื่นปากกากับกระดาษให้ ทอม คู่กรณีสเก็ตซ์ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
"คันไหนของเรา" ตำรวจถามแบบมีคำตอบในใจอยู่แล้ว
"คันนี้ของหนูค่ะ ส่วนคันหน้าของเขา" คุณทอมพูดด้วยความมั่นใจ
"อ้าว ชนเขา เราก็ผิดหน่ะสิ" ตำรวจพูดพร้อมปล่อยเสียงหัวเราะ "ตามกฏหมาย
รถคันหลังต้องระวังคันหน้า คุณจะให้คันหน้ามาระวังคันหลังได้ไง?"
"แต่เขาหยุดรถกระทันหันนะค่ะ!" ทอมเสียงแข็ง
ตำรวจไม่ต่อปากกับ ทอม ก่อนหันไปต่อว่าประกันฝั่งทอม
"นี่ ไอ้ประกัน คุณก็มั่วจะให้ลูกค้าคุณถูกอย่างเดียว ผิดถูกดูกันตามกฏหมายด้วย
เขากำหนดระยะห่างระหว่างคันหน้าคันหลังกี่เมตร กฏหมายก็บอกไว้หมด!"
"ก็ไม่เป็นไรครับ งั้นทางเราก็ต้องยื่นเรื่องเข้าศาล ขอสู้คดีเพราะฝั่งนั้นเมาแล้วขับ!"
ถูกอย่างที่ประกันฝั่งนั้นบอก...ฝั่งเราเมาแล้วขับจริง
ประกันพยายามดิ้นหาทางที่บริษัทจะไม่ต้องเสียเงินซ่อมให้กับฝั่งเรา
"เมาแล้วขับอันนั้นก็อีกเรื่อง จะสู้คดีหรือไม่ก็ว่ากันไปหลังจากนี้"
คนกลางชุดสีกากีพูดปิดการสนทนา
ผมกุมเข่า(แต่ใจอยากกุมมือ)เธอด้วยความดีใจ
ในเบื้องต้นเราชนะโดยไม่ต้องอ้าปากพูดอะไร
ผมสบตาเจ้าหน้าที่...ก่อนยิ้มให้
เจ้าหน้าที่สบตามองกลับ
3:37
ผลการเป่าตรวจแอลกอฮอล์ของทั้งสองฝ่าย
ฝ่ายทอมคู่กรณีได้มา 28
ขณะที่ฝ่ายเราได้ 140
หากเป็นคะแนนหรือผลกีฬาอะไรสักอย่าง
เราคงชนะขาดลอย!
"สรุปก็เมากันทั้งคู่ แต่ฝั่งคุณเมามากกว่า" ตำรวจลั่นเสียงดังกลางโรงพัก
เธอคอตก ก้มลงเซ็นต์ชื่อรับทราบผลการเป่า
ผมยืนซึมอยู่ข้างหลังเธออย่างช่วยอะไรไม่ได้
จิตใจผมดำดิ่งลึก
แต่มือมันยังไม่ยอมแพ้
มันยังพยายามฝืนกดโทรศัพท์หาเพื่อนฝูงที่รู้จัก
ใครก็ได้ช่วยรับสายที แค่ตีสามกว่าๆ เอง ตื่นขึ้นมาได้มั้ย? ...ได้โปรดเถอะ...
...
"น้องก็ให้ญาติมาประกันตัวสองหมื่น ไม่งั้นก็เข้าไปนอนคุกฐานเมาแล้วขับ"
"แต่คุณตำรวจเขาขับมาชนหนูนะ!" สาวผมม้าของผม ยังคงเถียงเสียงแข็ง
"อันนั้นมันคนละเรื่องกัน"
"คุณตำรวจคะ พรุ่งนี้หนูต้องทำงานนะ นะ นะ หนูขอร้องล่ะ...นะคะ"
"อันนั้นมันไม่เกี่ยวกับตำรวจครับ!"
ผมลูบหลังเธอ...
...
ภายในห้องประชุมเงียบๆ ในสถานีตำรวจ
เราสองคนแยกตัวออกมาโทรติดต่อหาญาติเพื่อนฝูง
ผมกับเธอหนาวจนตัวสั่นเพราะเพิ่งตากฝนไปกดเงินค่าอะไรบางอย่าง ที่ ATM
ผมหยิบเสื้อหนาวของเธอยื่นให้กับเธอเอง
แล้วค่อยๆ เอามือวางบนไหล่เปียกๆ ของเธอ ...เบา เบา
เธอหันมาฝืนยิ้ม
ใบหน้าเธอกังวลเรื่องงานจนเห็นได้ชัด
"แก ช่วยกลับไปบ้านเรา ไปเอาโน๊ตบุ๊คมาให้หน่อย จะนั่งทำงานในคุกแม่งเลย"
"ใจเย็นๆ มันต้องมีทางออกดิวะ"
"ใจเย็นอะไรล่ะ ใช่สิ มันไม่ใช่รถแกหนิ!"
ประโยคคำพูดของเธอวิ่งมาชนหน้าอกผม
"แต่แม่งก็ดีนะเว้ย ครั้งนึงในชีวิต ถ่ายรูปตอนอยู่ในคุกแล้วอัพโหลดลงเฟคบุ๊ค
มีใครทำได้อย่างงี้หรือเปล่าล่ะ???" เธอเปลี่ยนบทสนทนาให้ ผมนึกขอบคุณเธอในใจ
"ฮ่าๆ กรูจะรอคอมเม้นต์รูป!" ผมขำปนความเศร้าจากใจจริง
"แล้วเพื่อนๆ ว่าไงบ้าง เออ! แล้วเหน่งล่ะ?"
"เพื่อนๆ เราคงนอนหมดแล้ว ส่วนพี่นุ้งเหน่งก็ไม่รับสาย"
"ก็มันดึกแล้วหนิหว่า นอนคุกไปนี่แหละ ไม่กี่ชั่วโมงก็เช้า"
"เข้าไปนอนเล่นๆ ด้วยได้เปล่าว่ะ?"
"ตลก! ...เออก็ดีนะ เดี๋ยวกรูไปหยิบกางเกงขาสั้นในรถออกมาใส่รอเลย ฮ่าๆ"
"แต่ขอให้คุณตำรวจพาแวะชมห้องตัวอย่างก่อนนะ แล้วกรูค่อยตัดสินใจกู้ร่วม ฮ่าๆ"
ผมพลางคิดถึงหนังเรื่องนึง
"แกรู้ป่าวในคุกแม่งไม่มีอะไรเลยนะเว้ย ไม่มีเตียง ไม่มีแอร์ ไม่มีทีวี ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น
คงเหมือนในหนัง Prison Break มีแค่ห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ โถส้วม และอ่างล้างหน้า"
"ออกจากคุกมากรูจะสักแผนที่คุกนี้ไว้ที่ตัว! มาอีกทีจะได้แหกคุกได้"
"จ๊ะ แม่ไมเคิล สกอฟีลด์ ...โชคดีหน่อยก็อาจโดนขังเดี่ยว แต่หากโชคร้าย
แกก็ต้องอยู่รวมกับคนที่ต้องคดีจี้ปล้น! ...ข่มขืน"
"ข่มขืน? ว๊าว! ...เออ แต่อย่างน้อย ในคุกแม่งก็มีข้าวให้แหลกครบ 3 มื้อ
ไม่เหมือนอยู่บ้าน มีแหลกแค่ 2 มื้อ ก็ดี ประหยัดดี!"
"ฮ่าๆ เออเนอะ" ... "ฮ่าๆ"
เสร็จสิ้นช่วงเวลาที่สาดมุกใส่กัน
ผมเช็คดูแล้วว่า
กำลังใจเธอดีมากจริงๆ
ดีมากเกินกว่าผมเสียอีก
...
เราสองคนพยายามหาหนทางที่ดีสู่ชีวิต
จะมีทางไหนจะทำให้ไม่ต้องนอนในห้องขังได้ นอกจาก...
...
ผม เธอ ยืนคุยกับคุณตำรวจข้างๆ โรงพัก
คนสามคนกำลังตกลงเรื่องตัวเลขกันอยู่ เลขอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เลขสองหมื่น
ฝนฟ้ากระหน่ำแรง
ฟ้าร้องเสียงดังลั่น
สวรรค์คงปฏิเสธที่จะได้ยินบทสนาพวกนี้...
ตี 2 กว่าๆ
"ขับไหวมั้ย? จอดแล้วนั่งแท๊กซี่เถอะ"
"ไหว บ้านแกอยู่ไหนนะ?"
"อยู่แถวๆ '...' แต่ไปใกล้ๆ บ้านแก แล้วปล่อยเราลงเรียกแท๊กซี่ก็ได้นะ"
"หิวน้ำว่ะ"
"แวะปั๊มดิ"
...
"เอาอะไรมั้ยนอกจากน้ำ"
"เอา เอ็มแอนด์เอ็ม กับเอ็มแม๊กซ์"
"กะไม่นอนเลยใช่มั้ย กินเอ็มแม๊กซ์เนี่ย?"
"เฮ้ย! มันช่วยได้นะ"
"รอแป๊บ"
...
"ขับไหวมั้ยเนี่ย เธอ?"
"ไหวดิ แล้วนี่มันต้องไปเส้นไหนต่อวะ?"
"เราก็ไม่รู้จักเส้นทางอ่ะ"
"เฮ้ย! เชี่ย"
...
...
...
เหมือนมีใครเอาค้อนปอนมาทุบที่ท้ายทอย...
...
...
...
ผมรู้สึกวิ้งว๊าบจากคอขึ้นไปที่หัว
ตาพร่างสว่างมองอะไรไม่เห็นชั่วขณะ
หัวผมกระแทกกับอะไรสักอย่าง จนมีน้ำสีแดงซึมออก
ส่วนคางเธอมีแผลสีแดงสด
และปากของเธอเจ็บระบมไปถึงฟัน
นี่พวกเราโดนชน? ...พอได้สติ ผมคว้าแขนเธอ
"แก เป็นอะไรมั้ย?"
"เฮ้ย...แก เรา...ขอ...โทษ แก...เป็น...อะไร...ป่าว?"
"เราโอเค"
สภาพรถสองคัน เลวร้ายไม่ต่างกัน
แรงกระแทกกินเข้ามายังเบาะหลังของรถ
...โชคดี พวกเราคาดเข็มขัดนิรภัย...
หญิงสาววัยรุ่นที่แต่งยูนิฟอร์มเที่ยวผับสีดำ
เธอเดินออกมาต่อว่าอยู่หน้ารถเรา
จากนั้นฝ่ายทอมคนขับก็ตามออกมาด่าสมทบ
สาวผมม้ามีสติก่อนผม เปิดประตูออกไปดูสภาพรถ
เธอกล่าวคำขอโทษให้พวกเขา
แต่คู่ ทอม ดี้ ประสานพลังด่าอย่างบ้าคลั่ง!
ผมโมโหจนทนไม่ไหว รีบเปิดประตู
เวร! ประตูฝั่งผมเปิดไม่ได้ ต้องโดดข้ามไปฝั่งคนขับลงไปช่วยเธอ...
ผมประจันหน้ากับ พวกเขา
บทสนทนาที่ไม่น่าฟังเกิดขึ้น
"สลัด! มรึงจะมาด่าทำไมปาวๆ เจ็บเหมือนกันทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ
คนขับเขาเสียใจรู้มั้ย เขาออกมาขอโทษมรึงแล้วยังไม่พออีกเหรอ
รถมรึงมีประกันหรือป่าว มีก็เรียกมาเคลียร์!"
ผมหันไปถามเธอเบาๆ
"รถเรามีประกันมั้ย?"
"ไม่มี"
"เอ่อ...อืม...ไม่เป็นไร เพื่อนเราพ่อเป็นตำรวจ เดี๋ยวจะโทรขอคำปรึกษาจากเขา"
ผมโอบไหล่เธอแน่นพอประมาณ
เธอมองดูรถที่รักของเธอ
...แจ๊ซ สีชมพู มันยอมเจ็บตัวเพื่อปกป้องพวกเรา...
แม้เธอจะไม่มีน้ำตา ไม่มีการร้องไห้
แต่ผมพอจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกข้างในของเธอ...
เจ้าหน้าที่ประกันฝั่งทอม ดี้ มาถึงจุดเกิดเหตุ เขาระดมถ่ายด้วยมุมกล้องที่ผ่านการฝึกปรือ
ไม่นานนัก เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มาถึง
รถทุกคันที่แล่นผ่านต่างหยุดมองดู และไถ่ถามอาการ
ละอองน้ำหยดเล็กๆ สะกิดที่ต้นคอ
ผมเงยหน้ามองที่มาของหยดน้ำ
ท้องฟ้าดำทะมึนเมฆปกคลุมปราศจากดาว
คืนนี้เราได้อยู่กันยาว...